รีวิวยาสีฟัน จากผู้ใช้จริง : ยาสีฟัน ลดกลิ่นปาก

สวัสดีค่ะ บทความรีวิวฉบับนี้ แนนมารีวิวของที่ใช้ประจำ และจำเป็นมาก คือ ยาสีฟัน ลดกลิ่นปาก ค่ะ เนื่องจากสุขภาพช่องปาก และฟัน นอกจากจะสำคัญในเรื่องการรับประทานอาหาร และความสวยงามแล้ว ยังส่งผลถึงสุขภาพของเราในส่วนอื่นในองค์รวมด้วย

ยาสีฟัน ลดกลิ่นปาก, ยาสีฟัน รักษาเหงือก

ผลิตภัณฑ์ที่แนนมารีวิวครั้งนี้ เป็นแบรนด์ ยาสีฟัน สมุนไพร นามว่า “DOCTOR V” (ด็อกเตอร์ วี) ที่เน้นว่าเป็น ยาสีฟัน รักษาเหงือก อีกทั้งไม่มีสารที่เสี่ยงอันตรายต่างๆ ด้วย

ไปอ่านรายละเอียดกันเลยค่ะ ว่ามีคุณสมบัติอย่างไร และแนนลองใช้แล้วดีไหม อ่านฉบับเต็มๆ ได้เลยค่า

 

ยาสีฟัน สมุนไพร

 

ลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ : 

ยาสีฟัน DOCTOR V  มาในกล่องสวยงาม ลายสีเขียว-สีเงิน มีซีลพลาสติกหุ้มอยู่ด้วย

เท่าที่ดูในเว็บ น่าจะมีแค่ขนาดเดียว คือ หลอดละ 85 กรัม ค่ะ

บนกล่องแทบไม่มีรายละเอียดภาษาไทยเลย ดูอินเตอร์มาก มีแต่ภาษาอังกฤษ คงจะทำส่งขายต่างประเทศด้วย แต่เขาก็มีแปะสติกเกอร์รายละเอียดภาษาไทยมาให้ด้วยเล็กๆ นะคะ

เมื่อแกะออกมา จะพบกับหลอด ยาสีฟัน ขาวมุก ดูเรียบๆ เหมือนกับหลอด ยาสีฟัน ทั่วไป

ก่อนจะใช้ ต้องหมุนฝาหลอดออกมาก่อน แล้วดึงซีลสีเงินที่ปิดอยู่ทิ้งไปนะคะ เป็นอันพร้อมใช้งาน

 

ยาสีฟัน ลด เสียว ฟัน

 

คุณสมบัติ และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ :

ทางแบรนด์เคลมมาว่า ด็อกเตอร์ วี ยาสีฟัน 4D WHITENING SYSTEM

DOCTOR V™ ยาสีฟันลดกลิ่นปาก สมุนไพร สูตรพิเศษ โดยทีมงานแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ตระหนักถึงคุณค่าของสมุนไพรไทยและธรรมชาติเพื่อให้ มั่นใจถึงความบริสุทธิ์และคุณภาพ DOCTOR V™เลือกใช้เฉพาะส่วนผสมจากธรรมชาติบริสุทธิ์ 100 % จากพืชเพื่อให้ทุกเพศทุกวัยสามารถได้รับประโยชน์ ของผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยมจากธรรมชาตินี้

 

รักษา เหงือก อักเสบ

ยาสีฟัน DOCTOR V มีคุณสมบัติ :

– ลดอาการเสียวฟัน
– ลมหายใจสดชื่น
– ลดกลิ่นปาก น้ำลายบูด
– แก้ร้อนใน รักษาแผลในปาก
– ไม่ทำลายสารเคลือบฟัน
– ป้องกันโรคเหงือกอักเสบ

 

ยาสีฟัน ลด อาการ เสียว ฟัน

 

โดย ยาสีฟัน DOCTOR V มีจุดเด่นตรงที่ไม่ใส่สารต่างๆ ที่ทางแบรนด์ DOCTOR V เห็นว่ามีความเสี่ยงเป็นพิษ ซึ่งแนนขอสรุปจากข้อมูลภาษาอังกฤษที่ทางแบรนด์ให้มาในเว็บไซต์ของแบรนด์ ยาสีฟัน สมุนไพร Doctor V ดังนี้

1. No Paraben ไม่มีสารกันเสียกลุ่มพาราเบน เป็นสารที่มีรายงานความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง ปัญหาระบบการเผาผลาญอาหาร และการเป็นสารที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้เสี่ยงกับความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนและพัฒนาการต่างๆ ในมนุษย์
2. No Triclosan ไม่มีสารไตรโคลซาน ตัวนี้เป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ช่วยกำจัดกลิ่นปาก แต่พอใช้ไปนานๆ ทำให้เชื้อดื้อยา นอกจากนี้ไตรโคลซานยังย่อยสลายกลายเป็นสาร Dioxin (ไดออกซิน) อันเป็นสารก่อมะเร็ง และโรคตับอักเสบ รวมถึงความเสี่ยงโรคอื่นๆ
3. No Diethanolamine ไม่มีสารกลุ่ม DEA เป็นสารที่อาจรบกวนระบบฮอร์โมนและก่อมะเร็ง รวมถึงการระคายเคืองหรือภูมิแพ้ต่างๆ
4. No Mineral Oil ไม่มีน้ำมันแร่ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากปิโตรเลียมประเภทหนึ่ง อาจเป็นสารก่อมะเร็ง ก่อการระคายเคืองทางเดินอาหาร ขัดขวางการดูดซึมวิตามิน
5. No Fluoride ไม่มีสารฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันฟันผุ แต่หากรับมากเกินไป จะทำให้เกิดสีฟันผิดปกติ ขัดขวางการสร้างเนื้อฟันที่สมบูรณ์ในเด็ก และก่อให้เกิดความผิดปกติทางกระดูกต่างๆ ทางแบรนด์ Doctor V ได้อ้างอิงว่า ในประเทศไทยหลายพื้นที่ ประชากรได้รับฟลูออไรด์จากน้ำประปาเป็นปริมาณมากกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ ยาสีฟัน ที่มีฟลูออไรด์อีก
6. No Hydrated silica ไม่มีซิลิกาผง เป็นสารขัดฟันที่พบทั่วไปใน ยาสีฟัน แต่มีความหยาบและทำให้ฟันสึกกร่อนและเคลือบฟันถูกทำลาย
7. No Toothpaste starch ไม่มีผงแป้งผสมใน ยาสีฟัน ที่เมื่อย่อยสลายในปาก จะเกิดเป็นกรดและทำให้ปากมีรสบูด
8. No Animal Origin Ingredients ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์
9. No Animal Testing ไม่มีการทดลองในสัตว์​

 

ยาสีฟัน รักษา เหงือก อักเสบ

 

ส่วนประกอบที่เป็น สมุนไพร ยาสีฟัน DOCTOR V ใส่มา ได้แก่

  • เห็ดหลินจือ (Lingzhi) เป็นสารสเตียรอยด์ตามธรรมชาติ และไม่มีผลข้างเคียงเหมือนกับเสตียรอยด์สังเคราะห์ ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ต่อต้านมะเร็ง และรักษาแผล
    ปากทางเข้าของรังผึ้ง (Propolis) เป็นสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและเป็นสารปฏิชีวนะตามธรรมชาติ อุดมไปด้วยฟลาโวนอยด์ ทำให้สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา และต่อต้านการอักเสบได้ดี
  • รากโสม (Ginseng) มีฤทธิ์เป็นยา ช่วยฆ่าเชื้อโรค ต่างๆ เพิ่มภูมิคุ้มกัน ปรับสมดุลร่างกาย ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น บำรุงเหงือกให้มีสุขภาพดี
  • ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) มีสรรพคุณต่อต้านการอักเสบ สมานแผล ช่วยป้องกันและรักษาโรคเหงือกและฟัน ป้องกันการเกิดกลิ่นปากและการสะสมคราบพลัคบนผิวฟัน ส่งเสริมสุขภาพเหงือกที่ดี ป้องกันเหงือกอักเสบ
  • ใบฝรั่ง (Guava Leaves) มีสรรพคุณช่วยดับกลิ่นปาก มีสารช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดบาดแผล ต่อต้านการอักเสบติดเชื้อเป็นหนองและดูดพิษจากแผลการอักเสบของเหงือก
  • เปลือกมังคุด (Mangosteen Peels) มีฤทธิ์ช่วยสมานแผล รักษาแผลแตก แผลเปื่อย แผลเป็นหนอง น้ำต้มเปลือกมังคุดแห้งนำมาใช้แทนน้ำยาล้างแผลได้ด้วย
  • การบูร (Camphor) ช่วยแก้ปวดฟันหรือเหงือกบวม ยังช่วยลดน้ำมูก เสมหะ และอาการไอด้วย
  • สะระแหน่ (Spearmint) มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียและชะลอการเจริญเติบโตของแบคทีเรียให้ช้าลง ลดอาการปวดฟัน ปวดแผลร้อนในบนลิ้นหรือการเจ็บคอ ช่วยรักษาแผลในปาก และลดกลิ่นปาก
  • ชะเอมเทศ (Licorice) ช่วยลดอาการปวดและลดการอักเสบ รักษาโรคลักปิดลักเปิด เสริมภูมิต้านทาน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ชุ่มคอ ละลายเสมหะ และลดอาการน้ำลายเหนียวคอ
  • พิมเสน (Borneol) มีสรรพคุณรักษาโรคเยื่อบุช่องปากอักเสบ (Stomatitis) แผลในปาก และเหงือกบวม รวมถึงการอักเสบในช่องปากอื่นๆ ช่วยละลายเสมหะในโรคต่อมทอนซิลอักเสบ และฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บนผิวหนังได้
  • น้ำมันดอกกานพลูแห้ง (Clove Oil) เป็นน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ขับเสมหะ ลดความเหนียวข้นของเสมหะ ดับกลิ่นปาก รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน รำมะหาด และอาการปวดฟัน
  • เปปเปอร์มินท์ (Peppermint) มีคุณสมบัติกระตุ้นสมอง ให้ความเย็นสดชื่น และลดอาการร้อนใน
  • ส่วนผสมอื่นๆ ที่ปรากฏในส่วนประกอบอีก คือ ซอบิทอล (SORBITOL) ซึ่งเป็นสารให้ความหวาน ทำให้รส ยาสีฟัน ออกไปทางหวานๆ ละมุนๆ ไม่เป็นสมุนไพรขมๆ นะ แล้วก็มีสารให้เกิดฟอง SLS และ มี O-CYMEN-5-OL ซึ่งเป็นสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แทนการใช้พวก PARABEN และรสเย็นๆ ก็เกิดจากเมนทอล (MENTHOL) ที่ใส่มาด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกัน ควรทำการทดสอบการแพ้ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกครั้งนะคะ

 

ยาสีฟัน ลดกลิ่นปาก

วิธีการใช้ :

– บีบ ยาสีฟัน ลงบนแปรงเท่าเม็ดถั่วเขียว
– ใช้เป็นประจำเช้า – เย็น หรือหลังรับประทานอาหาร

 

ยาสีฟันรักษาเหงือก

รีวิวหลังใช้ผลิตภัณฑ์ :

ยาสีฟัน DOCTOR V เขามีดีกรีตรงที่ทันตแพทย์ หรือ หมอฟัน เป็นคนออกแบบคิดค้นขึ้นมาเองเลย จึงน่าสนใจมากๆ แถมมีส่วนผสมสมุนไพรไทยเยอะมาก และยังไม่มีสารต่างๆอีกหลายตัวที่หลายคนกังวลอีก แค่อ่านข้างกล่องก็เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาจริงๆค่ะ สำหรับแนนเอง ถึงส่วนตัวจะไม่ซีเรียสหากผลิตภัณฑ์ใส่สารบางตัวมา แต่สารบางตัวแนนพยายามหลีกเลี่ยงจริงๆ เช่น ไตรโคลซาน เพราะเคยอ่านมาว่ามีรายงานวิจัยหลายที่เลย ที่พบหลักฐานชัดเจนว่าไตรโคลซานไม่ดีต่อร่างกาย รวมถึงไม่ดีกับสิ่งแวดล้อมด้วยนะคะ เมื่อปนเปื้อนไปกับน้ำและดิน เป็นต้น อันนี้ก็ต้องแล้วแต่วิจารณญาณของผู้บริโภคแต่ละท่านว่าจะเลือกใช้อะไรจะหลีกเลี่ยงอะไร แนนทำได้แค่ให้ข้อมูลไปพิจารณากันนะคะ

เอาล่ะ มาถึงประสบการณ์ทดลองใช้ ยาสีฟัน DOCTOR V กันดีกว่า

เมื่อบีบออกมา ยาสีฟัน เป็นสีขาวขุ่นๆ เนื้อค่อนข้างจะแน่นๆ แต่ไม่เป็นหนึบๆแบบมีแป้งใส่นะ

แนนบีบให้ดูเพื่อเห็นเนื้อ ยาสีฟัน ชัดๆนะคะ ไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้ก็ได้ แค่เมล็ดถั่วเขียวอย่างเขาบอกก็เกินพอแล้ว

แนนทดลองใช้มาเกือบๆ 2 สัปดาห์ สำหรับแนน ไม่ได้มีปัญหาสุขภาพช่องปากอะไรร้ายแรง แต่แนนจะมีอาการเหงือกอักเสบตลอด และรู้สึกว่าจะมีคราบพลัคก่อตัวง่าย เพราะแนนค่อนข้างจะทิ้งช่วงการแปรงฟันประมาณ 12 ชั่วโมง ต่อครั้ง เลยทีเดียว ต่อไปคงต้องแปรงเพิ่มตอนหลังอาหารกลางวันด้วยนะ

ยาสีฟัน DOCTOR V เขามีกลิ่นเย็นๆ ของเปปเปอร์มินท์ และสมุนไพรต่างๆ ไม่แรงมาก ไม่เหมือนกับ ยาสีฟัน สมุนไพรที่เรามักจะนึกถึงกลิ่นขมๆ กลิ่นเหมือนยาอะไรแบบนี้ นี่ไม่มีเลย เมื่อแปรงลงไป รู้สึกได้เลยว่ามีความสดชื่น และเย็นๆ

แนนแปรงฟันใช้เวลาอย่างน้อย 3 นาที และพยายามจะปัดให้ได้มากที่สุดตรงคอฟัน ยาสีฟัน นี้ฟองค่อนข้างเยอะ ถ้าบีบเยอะเกินมันจะฟองฟอดเต็มปากได้นะ เพราะฉะนั้นใช้น้อยๆ ก็พอค่ะ

แนนรู้สึกว่า ยาสีฟัน อันนี้ ไม่บาดเคลือบฟัน ถูๆ ไปแล้วนุ่มนวลดี ไม่มีสารขัดฟันสากๆ แต่กลับแปรงแล้วรู้สึกสะอาด คราบพลัคหายไปเยอะมาก แทบไม่มีเลย ทำให้เคลือบฟันเมื่อเอาลิ้นดุนๆ จะรู้สึกลื่น ไม่สากคราบพลัคหรืออาหารสะสมเลย

พอไปนอน หรือไม่ทานอะไรเท่าไหร่ (ต้องบ้วนปากด้วยนะ หลังทาน) ปรากฏว่า ยาสีฟัน อันนี้ ถึงไม่มีสารขัดฟัน หรือฟลูออไรด์ แต่กลับรู้สึกว่า ฟันไม่ค่อยมีคราบพลัคสะสมเยอะเหมือนกับเมื่อก่อน และปากรู้สึกสะอาด ไม่ขมปาก หรือไม่มีรสบูดในปาก เพราะเขาไม่ใส่แป้งมาด้วย แถมมีเป็นเมือกขาวๆ ตามขอบริมฝึปากด้านใน กับพวกเยื่อบุช่องปาก เหมือนกับ ยาสีฟัน เขาเคลือบไว้เป็นฟิล์มบางๆ

รูปเปรียบเทียบ​ระหว่างการใช้ 1 สัปดาห์​ จะเห็นว่าภาพก่อนใช้ ตรงคอฟันมีคราบพลัคเยอะเลย ทำให้เหงือกอักเสบ

 

ป้องกันโรคเหงือกอักเสบ

 

พอหลังใช้ 1 สัปดาห์​ไม่ค่อยมีแล้ว เหงือกดูดีขึ้น ไม่ค่อยออกสีช้ำๆ ป.ล. ถ่ายแสงต่างกันนะคะ ภาพ AFTER ติดอมเหลืองไปหน่อย

ข้อที่แนนสังเกตอย่างหนึ่ง คือ ส่วนตัวแนนเองเนี่ย ไม่ค่อยถูกโฉลกกับพวกเมนทอลเท่าไหร่ ยาสีฟัน อันนี้ เขาใส่มาค่อนข้างจะเยอะอยู่ เวลาแปรงไป มันเย็นๆ ซ่าๆ ค่อนข้างชัดเจน บางคนอาจจะบอกว่าเผ็ดเลยนะ แนนใช้แล้วขอบริมฝีปากแอบแห้งเป็นขุยๆอ่ะ เสียใจ ถ้าทำให้เผ็ดน้อยกว่านี้จะดีมากเลย

หลังจากใช้มา 2 สัปดาห์ ที่เห็นผลชัดเจน นอกจากการที่คราบพลัคสะสมน้อยลง คือ อาการเหงือกอักเสบค่อยๆ ลดลง ตอนนี้ตอนแปรงฟันรู้สึกไม่ค่อยเจ็บเหงือกแล้ว และฟันดูสะอาดขึ้น อาจจะไม่ขาวไม่ได้เปลี่ยนสีฟันไปแบบชัดๆ แต่ดูใสๆขึ้น ดูสุขภาพดี

ในระหว่างที่ทดลองแปรงฟันด้วย ยาสีฟัน DOCTOR V แนนก็บังเอิญเป็นหวัดรอบสอง (ในรอบไม่ถึง 1 เดือน) ตอนแรกโหยเชื้อแบคทีเรียโหมกระหน่ำมาก เสมหะ เจ็บคอ จามมาเต็ม แต่พอทานวิตามินซีหนักหน่อย พร้อมกับแปรงด้วย DOCTOR V รู้สึกได้ว่า อาการหวัดเริ่มต้นไม่หนักหนาแบบครั้งที่แล้ว เสมหะไม่เหนียวข้น และไม่ค่อยเจ็บคอ เหมือนกับจะหายไวขึ้น ไม่เหมือนครั้งก่อนที่จะมีอาการไอหนักด้วย แนนว่า ยาสีฟัน DOCTOR V ต้องมีส่วนช่วยแน่ๆ เพราะเขามีสมุนไพรหลายตัว ทั้งกานพลู ชะเอมเทศ PROPOLIS เปลือกมังคุด เห็นหลินจือ ฯลฯ ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ในช่องปากและลำคอ ทำให้อาการหวัดหายเร็วขึ้นและไม่หนักหนาเท่าไหร่ ชิลล์มากๆ

สำหรับคนที่มีอาการเสียวฟัน ได้ถามมาว่าช่วยได้ไหม แนนยังไม่เห็นผลนะคะ ทางแบรนด์ก็ไม่ได้บอกว่าช่วยลดอาการเสียวฟันมาด้วย

ส่วนเรื่องความคุ้มค่าคุ้มราคา ยาสีฟัน DOCTOR V ขนาด 85 กรัม ราคาปกติ อยู่ที่ 240 บาท ซึ่งสำหรับหลายๆ คนก็ถือว่าเป็น ยาสีฟัน ที่ราคาสูงทีเดียว แต่เอาจริงๆ นะ เนื่องจากแบรนด์นี้เขาผลิตเป็นจำนวนน้อย ราคาก็จะสูงอยู่แล้ว แต่แนนใช้แค่ติ๊ดเดียวเองก็แปรงได้สะอาดทั่วปากแล้ว ไม่เปลืองเลย คงใช้ได้นานพอสมควร เหมาะสำหรับคนที่มองหาทางเลือก ยาสีฟัน สมุนไพร แนวใหม่ ที่พยายามหาสิ่งที่เป็นของไทยๆ ของธรรมชาติมาใส่ไว้รวมกัน ยังไง ลองไปติดตามทางช่องทางต่างๆ ดูว่ามีโปรโมชั่นอะไรบ้างรึเปล่านะคะ ตามข้อมูลด้านล่างนี้เลย

 

สรุปการรีวิว :

แนนชอบ ยาสีฟัน ลดกลิ่นปาก DOCTOR V ตรงที่สมุนไพรที่ใส่มามีตั้ง 12 ชนิดๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ และให้ผลเรื่องการรักษาสุขภาพเหงือกและฟัน โดยที่ไม่ต้องใช้สารขัดฟันหรือไตรโคลซาน หรือฟลูออไรด์เลย ลดอาการเหงือกอักเสบ และการเกิดคราบพลัคได้ดี แถมช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้หายหวัดเร็วขึ้นอีก นอกจากนี้ ยังเหมาะกับคนที่รักสัตว์ หรือ มังสวิรัติ​ ด้วย เพราะ​ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์​และไม่ทดสอบผลิตภัณฑ์​นี้กับสัตว์​

อย่างไรก็ดี แนนมีปัญหากับเมนทอลที่ใส่มา มันทำให้ขอบปากเบิร์นและแสบปากไปหน่อย และราคาอาจจะสูงและหาซื้อยากไปนิดในต่างจังหวัด (แต่สั่งออนไลน์ได้นะ) โดยรวมแล้วพึงพอใจกับประสิทธิภาพ​ของ ยาสีฟัน มาก แนนให้คะแนนภาพรวม 4.8/5 ค่ะ

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเรา

Phone: +662-102-5920
Fax: +662-102-5920
E-Mail : doctorvofficial@gmail.com
แผนที่ (คลิกเพื่อดูรายละเอียด)
LINE: @DOCTORV

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage
https://www.facebook.com/DoctorvOfficial

ติดตามช่อง Youtube
https://www.youtube.com/channel/UCT1GCI52CLf6BDfe77vtBtQ

 

ตอนนี้มีวางขายที่คลินิค LDC และ ร้าน อีฟแอนด์บอย ทุกสาขา และร้าน HEALTHY MAX 7 สาขา รวมถึงร้าน MOF SHOP ที่ตลาด อตก. ด้วย ราคาหลอดละ 240 บาท ค่ะ

 


 

สามารถสั่งซื้อได้ที่  >>  Line: @doctorv
http://line.me/ti/p/%40doctorv

Scan QR CODE

จุดเด่นของ ยาสีฟัน สมุนไพร Doctor V

ยาสีฟัน สมุนไพร  Doctor V ได้ใส่สารสกัดจากสมุนไพรถึง 12 ชนิด เช่น เห็ดหลินจือ, โสม, Propolis เป็นต้น เป็นสารสกัดที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ แต่ก็นำมาด้วยต้นทุนที่สูง แต่ด้วยความที่มีไอเดียในการทำสินค้า

และธุรกิจของครอบครัวเป็นเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เลยมีทีม R&D ที่สามารถหาวัตถุดิบที่ต้องการมาได้หมด ทำให้ได้ยาสีฟันตามสูตรที่คิดค้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องต้นทุนแต่อย่างใด


ยาสีฟัน สมุนไพร Doctor V หาซื้อได้ที่ไหน ?

Ldc กรุงเทพฯ ปริมณฑล / Ldc ต่างจังหวัด / ร้าน HEALTHY MAX 7 สาขา / ร้านออร์แกนิคปลอดสารพิษ / DENTAL CLINIC / สบายใจ / FOODLAND กทม. / FOODLAND ตจว. / VILLA MARKET กทม.ปริมณฑล / VILLA MARKET ตจว. / TOP MARKET / ร้านภูมิใจไทยมี 20 สาขา / Beauty Buffet / Market Place Online (Shopee / Lazada / JD Central / Fanpage : DoctorvOfficial)


ไม่มีสารฟลูออไรด์ แล้วป้องกันผุได้ไหม ?

ยาสีฟัน สมุนไพร Doctor V นั้นจะ ไม่มีสารฟลูออไรด์ (No Fluoride) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยป้องกันฟันผุ แต่หากรับมากเกินไป จะทำให้เกิดสีฟันผิดปกติ ขัดขวางการสร้างเนื้อฟันที่สมบูรณ์ในเด็ก และก่อให้เกิดความผิดปกติทางกระดูกต่างๆ ได้

ทางแบรนด์ Doctor V ได้อ้างอิงว่า ในประเทศไทยหลายพื้นที่ ประชากรได้รับฟลูออไรด์จากน้ำประปาเป็นปริมาณมากกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ ยาสีฟัน ที่มีฟลูออไรด์อีก